Menu
Discover fountain of youth inside your body with your own stem cells.
รู้จักสเต็มเซลล์....

เซลล์ซ่อมเซลล์เพื่อชีวิต

“สเต็มเซลล์” เซลล์ที่มีคุณค่ามหาศาล และสามารถนำมาใช้ได้จากภายในร่างกายของเราเอง สเต็มเซลล์เปรียบเสมือน “เซลล์ต้นแบบ” ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของทุกเซลล์ที่อยู่ในร่างกายมนุษย์

สเต็มเซลล์...เซลล์พิเศษ
ทำหน้าเปรียบเสมือนนายช่างคอยซ่อมแซมเซลล์ที่เสื่อมสภาพหรือซ่อมแซมเนื้อเยื่อต่างๆในยามที่เราได้รับบาดเจ็บตามหลักการ “เซลล์ซ่อมเซลล์” โดยจะแบ่งตัวและพัฒนาไปเป็นเซลล์ต่างๆ ทดแทนเซลล์ที่เสื่อมสภาพ เช่น เซลล์กล้ามเนื้อ เซลล์เม็ดเลือด และเซลล์หัวใจ เป็นต้น

เมื่อเราอายุมากขึ้น สเต็มเซลล์ในร่างกายจะมีจำนวนลดลง และสารอาหารที่ร่างกายได้รับอยู่ก็ไม่เพียงพอต่อการซ่อมแซมเซลล์ที่เสื่อมสภาพจากกระบวนการชรา

หากเราสามารถเพิ่มจำนวนสเต็มเซลล์ในร่างกาย ก็จะสามารถเสริมสร้างความแข็งแรงพร้อมชะลอความชราของร่างกายได้ ทำให้คุณภาพชีวิตดีขึ้น เพราะปัจจัยที่ทำให้เกิดโรคภัยต่างๆ ล้วนเกิดจากความเสื่อมของร่างกายทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นเบาหวาน ไขข้ออักเสบ ตับแข็ง โรคหัวใจ ไตวาย และความจำเสื่อม ซึ่งในปัจจุบันวิทยาการทางการแพทย์เริ่มหันมาใช้เซลล์บำบัดโดยการนำสเต็มเซลล์ไปทดแทนเซลล์ที่เสื่อมสภาพไป เพื่อช่วยชะลอหรือฟื้นฟูความเสื่อมของอวัยวะต่างๆ ทำให้สามารถคงความอ่อนเยาว์ไว้ได้ตราบนานเท่านาน

สเต็มเซลลม์กีชี่นดิ?

1. สเต็มเซลล์จากตัวอ่อน
(Embryonic Stem Cells: ESCs)

สเต็มเซลล์จากตัวอ่อน หรือ ESCs ได้มาจากตัวอ่อนของมนุษย์ในระยะบลาสโตซิสต์ หมายถึงตัวอ่อนที่เกิดขึ้นหลังการปฎิสนธิซึ่งมีอายุเพียง 3-5 วัน โดยจะสามารถแบ่งตัวได้อย่างไร้ขีดจำกัด และพัฒนาไปเป็นเซลล์ทุกชนิดร่างกายได้
แต่มีข้อห้ามในการใช้ ESCs ในมนุษย์ เนื่องจากขัดต่อจริยธรรมจึงไม่มีการนำสเต็มเซลล์ชนิดนี้มาใช้ในทางารแพทย์

2. สเต็มเซลล์เม็ดโลหิต
(Hematopoietic Stem Cells: HSCs)

สเต็มเซลล์เม็ดโลหิต หรือ HSCs พบได้ในเลือดสายสะดือทารก ไขกระดูก และกระแสเลือด
สเต็มเซลล์ชนิดนี้จะสามารถพัฒนาไปเป็นเซลล์เม็ดเลือดแดง เซลล์เม็ดเลือดขาว และเกร็ดเลือดเท่านั้น
มีการนำ HSCs มาใช้ในการรักษาโรคเลือดและภูมิคุ้มกันบกพร่อง แต่ในกรณีที่ปริมาณของ HSCs ไม่เพียงพอ จะใช้วิธีนำสเต็มเซลล์จากบุคคลอื่นมาเพิ่มเติม

3. มีเซนไคมอลสเต็มเซลล์
(Mesenchymal Stem Cells: MSCs)

มีเซนไคมอลสเต็มเซลล์ หรือ MSCs เป็นสเต็มเซลล์ที่มีศักยภาพใกล้เคียงกับ ESCsกล่าวคือ สามารถแบ่งตัวได้อย่างไร้ขีดจำกัด พร้อมกับพัฒนาไปเป็นเซลล์ต่างๆ ได้หลากหลายทั้งเซลล์กระดูก เซลล์กระดูกอ่อน เซลล์ตับ เซลล์ตับอ่อน และเซลล์เส้นประสาท
สเต็มเซลล์ชนิดนี้จะสามารถพัฒนาไปเป็นเซลล์เม็ดเลือดแดง เซลล์เม็ดเลือดขาว และเกร็ดเลือดเท่านั้น
มีผลงานวิจัยทางการแพทย์มากกว่า 3,000 เรื่องในระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา พบว่ามีไซเคนมอลสเต็มเซลล์ หรือ MSCs มีแนวโน้มสำคัญในการนำไปรักษาโรคความเสื่อมต่างๆ ได้แก่

โรคหัวใจขาดเลือด โรคเบาหวาน
โรคพาร์คินสัน โรคอัลไซเมอร์
โรคไขข้ออักเสบ โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง
โรคเส้นเลือดในสมองตีบ โรคตับแข็ง
โรคพุ่มพวง หรือ โรค SLE โรค GVHD

MSCs
Mesenchymal Stem Cells
Cells พิเศษเพื่อความอ่อนเยาว์และแข็งแรงอย่างไร้ขีดจำกัด
•   เพิ่มจำนวนได้อย่างไร้ขีดจำกัด
•   ใช้ได้มากกว่าหนึ่งครั้ง
•   เก็บได้ทั้งครอบครัว
•   รักษาโรคเสื่อมต่างๆ

คุณสมบัติพิเศษของ MSCs
•   มีความแข็งแรงมาก และแบ่งตัวเพิ่มจำนวนได้ดีมากๆ โดยทีลักษณะทางพันธุกรรมไม่เปลี่ยนแปลง
•   สามารถพัฒนาไปเป็นเซลล์ต่างๆ ได้หลากหลายเช่นเซลล์กระดูก เซลล์กระดูกอ่อน เซลล์ตับ เซลล์ตับอ่อน เซลล์หัวใจ เซลล์ประสาท ดังนั้นโอกาสที่จะนำไปใช้ในการรักษาโรคในอนาคตจึงมีมากมายหลายโรค
•   มีคุณสมบัติช่วยลดการอักเสบ เนื่องจากมีการหลั่งสาร Cytokine และ Growth factors ต่างๆออกมา จึงมีการนำ MSCs ไปใช้ร่วมกับการรักษาโรคแผนปัจจุบันเพื่อลดการอักเสบในผู้ป่วยด้วย
•   มี Antigen ต่ำ ทำให้เกิดปฎิกิริยาต่อต้านในผู้ป่วยต่ำจึงมีโอกาสสูงมากที่จะนำ MSCs ไปใช้กับคนในครอบครัว
•   สามารถเก็บได้จากเนื้อเยื่อสายสะดือ (Wharton’s Jelly) และเนื้อเยื่อไขมัน ซึ่งเก็บได้ง่ายและมีความปลอดภัย
•   ม่เคยมีรายงานทางการแพทย์ว่าผู้ป่วยมีอาการแทรกซ้อนเกิดขึ้นระหว่างการรักษา
•   ไม่เคยมีรายงานการเกิดเนื้องอกใหม่ภายหลังการปลูกถ่าย
•   มีคุณสมบัติในการต่อต้านอนุมูลอิสระจึงสามารถชะลอความเสื่อมของร่างกายได้

แหล่งของ MSCs
Mesenchymal Stem Cells
ด้วยคุณสมบัติพิเศษของ MSCs ทำให้มีบริการทางการแพทย์ที่รับฝากสเต็มเซลล์ชนิดนี้จาก 2 แหล่ง นั่นคือ เนื้อเยื่อสายสะดือ และเนื้อเยื่อไขมัน

เนื้อเยื่อสายสะดือ (Wharton’s Jelly)
เนื้อเยื่อสายสะดือจะถูกกำจัดทิ้งไปภายหลังการคลอด ซึ่งนักวิทยาศาสตร์ได้ค้นพบว่า เนื้อเยื่อส่วนนี้มีสเต็มเซลล์อยู่มากมายมหาศาล และเป็นชนิด MSCs ที่มีคุณค่าต่อร่างกายมากมาย เราจึงแนะนำให้คุณพ่อและคุณแม่เก็บสเต็มเซลล์จากเนื้อเยื่อสายสะดือนี้ไว้ให้กับเจ้าตัวเล็กที่กำลังจะลืมตาดูโลก เพราะมีเพียงโอกาสเดียวที่จะเก็บได้ คือตอนคลอดเท่านั้น MSCs จากเนื้อเยื่อสายสะดือถือเป็นสเต็มเซลล์ที่มีคุณภาพยอดเยี่ยมที่สุด เพราะเซลล์ยังมีอายุน้อยและมีความบริสุทธิ์สูง จึงสามารถนำไปเพิ่มจำนวนไอย่างรวดเร็ว และนำมาใช้เพื่อซ่อมแซมและรักษาโรคต่างๆ ให้ร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เนื้อเยื่อไขมัน (Adipose Tissue)
สำหรับลูกน้อยหรือทุกท่านที่พลาดโอกาสในการเก็บสเต็มเซลล์เมื่อแรกคลอดก็อย่างเพิ่งกังวลใจหรือหมดหวังในการรักษาโรค เพราะไม่ว่าท่านจะมีอายุเท่าไหร่ เป็นผู้หญิงหรือผู้ชายก็สามารถเก็บสเต็มเซลล์ได้ โดยเก็บจากเนื้อเยื่อไขมันของตัวเอง MSCS ที่ได้จะมีคุณภาพดี เช่นเดียวกับ MSCS จาก Wharton’s Jelly เช่นกัน

ด้วยวิทยาการทางการแพทย์ที่ทันสมัย
 ทำให้การฝากเก็บสเต็มเซลล์ไม่ได้เป็นเรื่องยุ่งยากอีกต่อไป

ขั้นตอนการจัดเก็บสเต็มเซลล์จากเนื้อเยื่อไขมัน
•   สามารถเก็บได้จากไขมันทุกส่วนของร่างกาย โดยเลือกตำแหน่งที่เหมาะสม
•   ขั้นตอนการเก็บไม่ยุ่งยาก โดยเจาะผ่านผิวหนังเพียงเล็กน้อย (1 cm) เพื่อดึงเซลล์ไขมันออกมา
•   หลังจากนั้นเซลล์ไขมันจะถูกนำส่ง Labs ภายใน 12 ชั่วโมง

ขั้นตอนการคัดแยกและแช่แข็ง MSCs จากเนื้อเยื่อไขมัน

เมื่อเนื้อเยื่อไขมันของผู้ฝากมาถึงห้องปฎิบัติการ ข้อมูลการเก็บสเต็มเซลล์จะถูกป้อนเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ จากนั้นนักวิทยาศาสตร์จะทำการคัดแยก MSCs ออกมา โดยทุกขั้นตอนเป็นไปตามมาตรฐานระดับสากลที่กำหนดไว้ และดำเนินการภายใต้สภาวะปลอดเชื้อในห้องปฎิบัติ คลีนรูม คลาส 100
เมื่อคัดแยก MSCs ออกมาแล้ว จะนำไปเพาะเลี้ยงในตู้ควบคุมบรรยากาศเพื่อให้เซลล์มีการเจริญเติบโตและแบ่งตัวเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งได้ปริมาณเซลล์ที่มากพอ จากนั้นจะเก็บไว้ในหลอด Cryovial โดยมีการใช้บาร์โค้ดในการจัดเก็บข้อมูลเพื่อป้องกันความผิดพลาด และสามารถทวนสอบกลับได้ในทุกขั้นตอน
สเต็มเซลล์ของคุณจะถูกทำให้แข็งตัวลงอย่างช้าๆ โดยมีการควบคุมอัตราการลดอุณหภูมิลงจาก 4 c จนถึง -180 c ให้เป็นไปตามมาตรฐานระดับสากล หลังจากนั้นจะนำไปแช่แข็งในไอระเหยของไนโตรเจนเหลวซึ่งควบคุมอุณหภูมิไว้ที่ -196 c รอการนำไปใช้ในอนาคต ไอระเหยของไนโตรเจนเหลวจะช่วยป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโรคในระหว่างการแช่แข็งสเต็มเซลล์
มีการวางระบบตรวจสอบระดับไนโตรเจนเหลวตลอด 24 ชั่วโมง และมีการแจ้งเตือนผ่านทางโทรศัพท์มือถือเมื่อมีความผิดปกติเกิดขึ้น อีกทั้งยังมีถังไนโตรเจนเหลวสำรองขนาด 300 ลิตร เพื่อสนับสนุนการทำงานของระบบแช่แข็งสเต็มเซลล์ในกรณีที่เกิดเหตุขัดข้องได้นานถึง 30 วัน
นอกจากนี้ยังมีการตรวจสอบตัวอย่างเลือดของผู้ฝากให้ตามมาตรฐานที่กำหนดไว้ หากพบว่ามีความผิดปกติเกิดขึ้น เราะจะรายงานให้ผู้ฝากรับทราบทันที

เก็บสเต็มเซลล์อย่างมั่นใจ ในคุณภาพการแพทย์ระดับสากล
•   ผู้นำทางด้านการเก็บสเต็มเซลล์โดยใช้เครื่องอัตโนมัติที่ทันสมัยที่สุดแห่งเดียวในประเทศไทย ซึ่งได้รับการยอมรับในวารสารการแพทย์จากทั่วโลกว่าสามารถคัดแยก
สเต็มเซลล์ได้มีประสิทธิภาพสูงสุดถึง 90%
•   เป็นแห่งเดียวที่ถังเก็บสเต็มเซลล์อยู่ในห้องนิรภัยที่สามารถป้องกันอัคคีภัยได้นานถึง 8 ชั่วโมง เทียบเท่ากับมาตรฐานห้องนิรภัยของธนาคารชั้นนำ
•   มีการตรวจสอบจำนวนและคุณภาพของสเต็มเซลล์ก่อนนำไปใช้ เพื่อยืนยันถึงคุณภาพและโอกาสสำเร็จในการรักษา
•   การันตรีคุณภาพเซลล์นานสูงสุด 25 ปี แต่ดูแลสเต็มเซลล์ให้ลูกค้าตลอดชีวิต
•   ใช้ห้องปฏิบัติการที่มีมาตรฐานสูงสุดระดับ คลีนรูม คลาส 100 โดยเฉพาะซึ่งได้รับการรับรองมาตรฐานจาก National Environmental Balancing Bureau (NEBB) ประเทศสหรัฐอเมริกา
•   มีการออกประกาศนียบัตรพร้อมภาพถ่ายจริง เพื่อเป็นการรับรองปริมาณและคุณภาพของเซลล์ หลังจากผ่านกระบวนการคัดแยกสเตมเซลล์
•   ถังเก็บสเต็มเซลล์ใช้ระบบความดันไนโตรเจนเหลวเป็นตัวขับเคลื่อน จึงสามารถมั่นใจได้ว่าจะไม่เกิดผลกระทบเมื่อระบบไฟฟ้าขัดข้อง
•   มีระบบการดูแลที่ได้มาตรฐานของถึงเก็บไนโตรเจน ด้วยการมีถังสำรองไนโตรเจนขนาดใหญ่ และระบบเตือนภัยแบบ Express mobile alarm system ในการแจ้งเตือนฝ่ายปฏิบัติการและผู้บริหารทุกครั้ง ในกรณีเกิดเหตุการณ์ผิดปกติของถังเก็บสเต็มเซลล์
•   มีระบบป้องกันการเข้าออกเขตเฉพาะภายในบริษัทด้วยระบบ Finger Scan
•   ตรวจสอบระบบการทำงานตลอด 24 ชั่วโมง ด้วยกล้องวงจรปิด ที่สามารถตรวจสอบได้ตลอดเวลาทุกที่ผ่านทางอินเตอร์เน็ต
•   มีเครื่องกำเนิดไฟฟ้าขนาดใหญ่ เพื่อสำรองเมื่อเกิดระบบไฟฟ้าขัดข้อง
•   มีเจ้าหน้าที่ตรวจดูแลความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง

การรักษาด้วย Stem Cell ในปัจจุบัน
ติดตามผล 5 ปี เส้นเลือดในสมองตีบ
กับการรักษาด้วยสเต็มเซลล์


“สเต็มเซลล์” สามารถเพิ่มอัตราการรอดชีวิต
ของผู้ป่วยโรคเส้นเลือดในสมองตีบได้


“ สัดส่วนการรอดชีวิตสะสมจนถึง 260 สัปดาห์
คือ 72% ใน MSCs group
และ 34% ใน Control group “
Ref. : Jin SL , Ji MH , Gyeong JM , Phil HL , Young HA ,
Oh YB. A long – term follow – up study of intravenous 
autologous mesenchymal stem cell transplantation in patients 
with ischemic strock. Stem Cell. 2010;28:1099-1106.

การรักษาโรคตับแข็งระยะสุดท้ายด้วยการฉีดสเต็มเซลล์


ภาวการณ์ทำงานของตับดีขึ้น ในผู้ป่วยโรคตับแข็งระยะสุดท้าย
หลังได้รับการปลูกถ่าย Mesenchymal Stem Cell ของตนเอง
Ref. : Kharaziha P , Hellstrom PM , Noorinayer B , Farzaneh F ,
Aghajani K , Jafari F , et al.Improvement of liver function in liver cirrhosis
patiens after autologous mesenchymal stem cell injection : a phase I –II

ข้อเสื่อม & กระดูกตาย
ฟื้นฟูได้ด้วยสเต็มเซลล์ไขมันของตัวเอง


การฟื้นฟูภาวะข้อเข่าเสื่อม และหวักระดูกสะโพกตายด้วยการปลูกถ่ายสเต็มเซลล์จากเนื้อเยื่อของไขมันตนเอง


พบการเสริมสร้างเนื้อเยื่อกระดูกใหม่ในผู้ป่วยโรคข้อเสื่อม และกระดูกตาย
หลังจากได้รับการปลูกถ่าย Stem Cell จากเนื้อเยื่อไขมันของตนเอง
Ref. : Pak J. Regeneration of human bones in hip osteonecrosis
 and human cartilage in knee osteoarthritis with autologous
 adipose – tissue – derived stem cells: a case series. 2011;5:296

การใช้สเต็มเซลล์กับโรค SLE ทำให้คุณภาพชีวิตดีขนึ้น


หลังจากปลูกถ่าย MSCs ผู้ป่วยทุกราย
มีการแสดงออกของโรคลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
ส่งผลให้มีการใช้ยาลดลงและทำให้ผู้ป่วย
มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น


Ref. : Sun L , Wang D , Liang J , Zhang H , Feng X , Wang H , et al.
Umblilical cord mesenchymal stem cell transplantation in severe and refractory
systemic lupus erythematosus. Arthritis Rheum. 2010;62(8) : 2467 – 75.
BEFORE and AFTER
หมายเหตุ:ผลลัพธ์การรักษาอาจแตกต่างกันไปแต่ละบุคคล
หมายเหตุ:ผลลัพธ์การรักษาอาจแตกต่างกันไปแต่ละบุคคล
What the Expert says?
RELATED VIDEOS or ARTICLES