4 ทริค บ่งบอกว่าเราเข้าข่ายน้ำหนักเกินหรือไม่?

นอกจากการคำนวณการหาค่าดัชนีมวลกาย (Body Mass Index : BMI) ที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในปัจจุบันเพื่อหาค่าความสมดุลระหว่างส่วนสูงกับน้ำหนักของเราเพื่อใช้ประเมินภาวะอ้วนและผอมในผู้ใหญ่ที่มีอายุตั้งแต่ 20 ปีขึ้นไป วันนี้เราจะมานำเสนอวิธีอื่น ๆ ที่สามารถบอกว่าตัวเราควรหันมาใส่ใจในการลดน้ำหนักแล้วหรือยัง


การวัดรอบเอว


 

วิธีที่ง่ายที่สุดในการประเมินคร่าว ๆ ว่าเรามีขนาดน้ำหนักตัวที่มากเกินไปหรือไม่ คือการวัดขนาดรอบเอว โดยปกติแล้วผู้หญิงที่มีรอบเอวเกินกว่า 35 นิ้ว และผู้ชายที่มีขนาดรอบเอวมากกว่า 40 นิ้วขึ้นไปจะถือว่าเข้าข่ายผู้มีปัญหาน้ำหนักตัวเกินขนาด ดังนั้นขนาดรอบเอวที่มากกว่าตัวเลขดังกล่าวสามารถบ่งชี้ได้ว่าผู้นั้นมีปัญหาไขมันส่วนเกินที่ต้องกำจัดออก นอกจากนี้ไขมันส่วนเกินบริเวณหน้าท้องยังส่งผลต่อสุขภาพทางร่างกายอีกด้วยเพราะการที่เรามีไขมันสะสมอยู่มากทำให้ไขมันเข้าไปเกาะที่อวัยวะภายในร่างกายของเรา เช่น ลำไส้ และ หัวใจ ซึ่งทำให้เกิดความเสี่ยงต่อโรคเบาหวาน คอเรสเตอรอลสูง ความดันโลหิต และโรคการเผาผลาญของร่างกายที่ผิดปกติ เป็นต้น

ข้อดีของวิธีนี้คือความง่ายและสะดวก จึงทำให้เราสามารถวัดประเมินผลได้อยู่ตลอดเวลาเพื่อตรวจสอบว่าขนาดหน้าท้องของเรามีขนาดเท่าไหร่แล้วและมีความเสี่ยงต่อโรคดังกล่าวรึเปล่า ซึ่งการวัดรอบเอวนั้นสามารถทำได้โดยใช้เพียงสายวัดรอบเอวอันเดียวเท่านั้น โดยวิธีการคือวางสายรัดเอวไปบริเวณเหนือกระดูกสะโพกและพันรอบมาจรดที่บริเวณสะดือ 

 

การกรน

 

 

หากคุณมีปัญหานอนกรนขณะหลับ คุณควรชั่งน้ำหนักเพื่อดูว่าเขามีขนาดน้ำหนักเกินหรือไม่ เพราะอาการกรนนี้อาจส่งผลมาจากภาวะหยุดหายใจขณะหลับก็เป็นได้ ภาวะหยุดหายใจขณะหลับเป็นอาการที่ทำให้เราหยุดหายในไปชั่วครู่ขณะหลับเป็นเวลาต่อเนื่อง อาการนี้จะทำให้ออกซิเจนเข้าไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ของร่างกายได้อย่างไม่เพียงพอ ส่งผลให้มีอาการเหนื่อยล้าระหว่างวัน เพราะเมื่อบริเวณคอของเรามีไขมันสะสมเป็นจำนวนมาก ไขมันจะส่งผลให้ท่อลมที่ใช้ในการหายใจของเราทำงานผิดปกติ 


อาการปวดข้อต่อ 


โรคอ้วนเป็นอีกหนึ่งปัจจัยเสี่ยงต่อโรคข้อเข่าเสื่อม โรคข้อเข่าเสื่อมเป็นความผิดปกติของร่างกายที่ก่อให้เกิดการเสื่อม อาการเจ็บ และความคล่องตัวของข้อต่าง ๆ เสื่อมลง จนทำให้การใช้ชีวิตประจำวันเกิดความลำบาก การที่เรามีน้ำหนักมากเกินไปทำให้ร่างกายและข้อต่อต่าง ๆ เกิดแรงกดทับมากขึ้นและยิ่งเรามีน้ำหนักมากขึ้นเท่าไหร่ แรงกดก็ยิ่งมากขึ้นเท่านั้น ดังนั้นหากคุณมีอาการปวดเข่าหรือข้อต่าง ๆ นี่อาจจะเป็นสัญญาณของปัญหาน้ำหนักเกินได้ 


อาการอ่อนเพลียเรื้อรัง
 

​​​​​​​

 

น้ำหนักตัวที่มากขึ้นส่งผลต่อการทำงานของอวัยวะต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการทำงานของปอด หากกิจกรรมเบา ๆ เช่นการผูกเชือกรองเท้า หรือการทำความสะอาดห้องทำให้เกิดอาการเหนื่อยล้าหรือหายใจไม่ทัน คุณอาจคิดได้เลยว่าคุณกำลังเผชิญกับปัญหาน้ำหนักเกิน
    

หากคุณกังวลว่าร่างกายของเรามีไขมันสะสมมากน้อยอยู่บริเวณส่วนไหนของร่างกายบ้าง สามารถเข้ามาปรึกษาแพทย์ผู้ชำนาญเฉพาะทางด้านผิวหนังและการจัดกรอบรูปร่าง ลดไขมันเฉพาะส่วน โดยแพทย์หญิงสุนิดา ยุทธโยธิน ผู้มีประสบการณ์ด้านการแพทย์เพื่อความงามมากว่า 21 ปี ได้ที่ Nida Esth’ Medical Center ศูนย์การแพทย์ความงามชั้นนำที่ได้รับการยอมรับระดับประเทศและสากล พร้อมสรรพด้วยเทคโนโลยี Robo-Body Scanning Analysis เพื่อตรวจวัดมวลไขมันตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย พร้อมด้วยการวัดอายุเซลล์เทียบกับอายุจริง เพื่อสามารถออกแบบแผนการรักษาและวิธีการดูแลตัวเองที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคลมากที่สุด 

ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการดูแลรูปร่างและลดไขมันเฉพาะส่วนกับเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญได้ที่ เบอร์ 02-252-2121 หรือ ไลน์ @nida_esth